ปัญหาการติดเกมคอมพิวเตอร์
เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทแพร่หลายในสังคมมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนโทรศัพท์มือถือ
พฤติกรรมการติดเกมของเด็กคล้ายกับพฤติกรรมของผู้ป่วยติดสารเสพติด
และผู้ป่วยติดการพนัน คือ มีความพึงพอใจเมื่อได้รับชัยชนะในการเล่นเกม
และต้องการเอาชนะเพิ่มขึ้นอีกจึงรู้สึกพึงพอใจเท่าเดิม
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
วัตถุประสงค์
1.)
ป้องกันการติดเกมของเด็กและวัยรุ่น
2.) แก้ไขให้เด็กเลิกการเล่นเกมแบบ
“ติดเกม” โดยเร็ว
3.)
ป้องกันเด็กที่เลิกเล่นได้แล้ว
มิให้กลับไปติดเกมอีก
สภาพปัญหาการติดเกม
ผลการสำรวจพ่อแม่ผู้ปกครองโดย NECTEC เมื่อ ปี 2000 พบว่าในครอบครัวไทย
• มีคอมพิวเตอร์ต่ออินเตอร์เน็ต 27%
• มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีอินเตอร์เน็ต 23%
• ไม่มีคอมพิวเตอร์ 50%
ในครอบครัวที่มีคอมพิวเตอร์ ร้อยละ 90 ของเด็กใช้งานเป็นประจำ และใช้ในกิจกรรมดังนี้
• เล่นเกม ร้อยละ 31 *
• ทำการบ้าน ร้อยละ 20
• ท่องเว็บเพื่อความสนุกสนาน ร้อยละ 13
• ใช้ซอฟแวร์เพื่อการศึกษา ร้อยละ 11
• ค้นข้อมูล ร้อยละ 3
**
การดูแลของผู้ปกครอง ในการใช้เน็ต
• ไม่ใกล้ชิดเวลาเด็กใช้เน็ต ร้อยละ 45
• ไม่รู้ว่าลูกพบเหตุการณ์ไม่เหมาะสม ร้อยละ 30
• ไม่เคยคุยกับลูกเรื่องเน็ต ร้อยละ 20
วิธีช่วยเหลือเด็กติดเกม
1.) ผู้ช่วยเหลือควรจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กก่อนเริ่มการปรับพฤติกรรม
2.) วิธีที่ดีที่สุด
คือ การตกลงกติกากันให้ชัดเจนก่อนอนุญาตให้เด็กเล่นเกม
3.) ควรเอาจริงเอาจังกับข้อตกลงหรือกติกาที่ได้ตั้งไว้
4.) สร้างแรงจูงใจในการเลิกให้กับเด็ก
เช่น หากกำลังปรับลดชั่วโมงการเล่นเกม
ก็ควรหากิจกรรมที่น่าสนใจมาทดแทนการเล่นเกมทันที
และถ้าเด็กทำได้ก็ควรชม /ให้กำลังใจ หรือให้รางวัล
5.) ค่อยๆปรับพฤติกรรมทีละน้อย
แบบค่อยเป็นค่อยไป แต่สม่ำเสมอ
6.) หากมีข้อสงสัยควรขอคำแนะนำจากจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
หรือศึกษาเพิ่มเติมจาก Website เช่น http://www.healthygamer.net/
7.) ปัญหาเด็กติดเกมนั้นสามารถป้องกันและแก้ไขได้ซึ่งผู้ปกครองต้องใช้ความเข้าใจและความอดทน
โดยไม่ว่าเด็กจะใช้เทคโนโลยีอะไรก็ควรให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด
เพราะนอกจากเทคโนโลยีจะมีประโยชน์แล้ว หากใช้ไม่เหมาะสม ก็ให้โทษได้เช่นกัน
วิธีการสังเกตพฤติกรรมการติดเกม
1.) หมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมมากเกินไป
ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้เล่นในเวลาที่กำหนด
2.) ใช้เวลาในการเล่นนานขึ้นเรื่อยๆ
3.) เมื่อถูกบังคับให้หยุดเล่น
จะมีพฤติกรรมต่อต้าน
4.) ส่งผลต่อหน้าที่
ความรับผิดชอบ การเรียน / ทำงาน
5.) แยกตัวออกจากสังคม
ไม่ค่อยทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว
ข้อเสียของการติดเกม
ต่อตนเอง
• ร่างกาย
: ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดหัว อ่อนเพลีย
• พัฒนาการ(ในเด็ก)
: พัฒนาการที่ดีนั้นต้องอาศัยปัจจัยกระตุ้นหรือปัจจัยส่งเสริมในหลายๆ ด้าน เช่น
โภชนาการ การเล่น การมีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การออกกำลังกาย
โดยที่การเล่นเกมแต่เพียงอย่างเดียวจะทำให้ได้สิ่งเหล่านี้ไม่ครบและส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการของเด็กได้
• จิตใจ: ในเด็กอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบขึ้นได้
และอาจมีอารมณ์หงุดหงิด มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง
หรือไม่พอใจหากไม่ได้เล่นเกมตามที่ตนต้องการ
ต่อครอบครัว :
อาจก่อให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว
การปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวลดน้อยลงทำให้เกิดความเหินห่าง
ต่อสังคม
: ส่งผลกระทบต่อการเรียนและการทำงาน
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
สาเหตุเบื้องต้น - ปัญหา...ในการติดเกม
• สาเหตุหลักที่เด็กติดเกมส์ลักษณะนี้เนื่องจาก
เกมส์แบบนี้มีปฏิกิริยาตอบสนองทันทีทันใด ทำให้เกิดความเร้าใจและอยากเล่นต่อไปเรื่อยๆ
คล้ายกับโปรแกรมแช็ท (chat) แต่เกมส์เหล่านี้จะส่งผลต่อเด็กในแง่ลบ
โดยทำให้เด็กเกิดความเคยชินกับความรุนแรงเกมส์ลักษณะเดียวกัน
เมื่อเล่นบนเครือข่ายแล้วมีแนวโน้มทำให้เด็กชินกับความรุนแรงมากกว่า
เล่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์เดี่ยวเพราะเป็นการแข่งกันระหว่างคน
ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วมักไม่อ่อนข้อให้กัน
ต่างจากการเล่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์เดี่ยวที่สามารถตั้งระดับความยากง่ายตามระดับฝีมือได้
เกมส์ออนไลน์นั้นจึงมีโอกาสสูงมากๆ ที่จะก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท
• สาเหตุที่เกิดจากผู้ปกครอง
พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่อนุญาตให้เด็กเล่นเกม
หรือคอมพิวเตอร์ให้แน่ชัดลงไปเป็นเวลาที่แน่นอนหรือกำหนดว่ากี่ชั่วโมง
พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจในเนื้อหาและรายละเอียดของเกมที่ลูกเล่น
หรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแบ่งชนิดของเกมตามความเหมาะสมของอายุของผู้เล่นตามที่กำหนด
เด็กส่วนใหญ่เล่นเกมหลังเวลาเลิกเรียน
เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ผู้ปกครองยังไม่เลิกงาน ทำให้ไม่มีเวลาดูแลลูก
• สาเหตุที่เกิดจากตัวเด็กเอง
เด็กอาจเล่นเกมเกินเวลากว่าที่ตั้งใจไว้
หรือเล่นเพราะมีสังคมเพื่อนอีกกลุ่มที่รอคอยการพูดคุยสนทนาถึงความก้าวหน้าของการเล่นเกมที่จะแข็งขันของระดับความยากของเกมซึ่งเป็นการสร้างความภาคภูมิใจหากมีระดับความยากที่สูงหรือมีแต้มคะแนนที่สูงกว่าเพื่อน
• สาเหตุความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี
ที่มีรูปแบบ เนื้อหา แสง เสียง วิธีการ ความรวดเร็ว ความแปลกใหม่ในเทคนิคต่างๆ
ทำให้เกิดความตื่นเต้นเร้าใจ
เหมือนจริงมากขึ้นและในบางครั้งก็เกินความเป็นจริงมากเกินไป
เหมือนเป็นการสร้างจินตนาการเพ้อฝันให้เด็กลุ่มหลง
• สาเหตุหลักที่เด็กติดเกมส์ลักษณะนี้เนื่องจาก
เกมส์แบบนี้มีปฏิกิริยาตอบสนองทันทีทันใด ทำให้เกิดความเร้าใจและอยากเล่นต่อไปเรื่อยๆ
คล้ายกับโปรแกรมแช็ท (chat) แต่เกมส์เหล่านี้จะส่งผลต่อเด็กในแง่ลบ
โดยทำให้เด็กเกิดความเคยชินกับความรุนแรงเกมส์ลักษณะเดียวกัน
เมื่อเล่นบนเครือข่ายแล้วมีแนวโน้มทำให้เด็กชินกับความรุนแรงมากกว่า
เล่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์เดี่ยวเพราะเป็นการแข่งกันระหว่างคน
ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วมักไม่อ่อนข้อให้กัน
ต่างจากการเล่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์เดี่ยวที่สามารถตั้งระดับความยากง่ายตามระดับฝีมือได้
เกมส์ออนไลน์นั้นจึงมีโอกาสสูงมากๆ ที่จะก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท
• สาเหตุที่เกิดจากผู้ปกครอง
พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่อนุญาตให้เด็กเล่นเกม
หรือคอมพิวเตอร์ให้แน่ชัดลงไปเป็นเวลาที่แน่นอนหรือกำหนดว่ากี่ชั่วโมง
พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจในเนื้อหาและรายละเอียดของเกมที่ลูกเล่น
หรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแบ่งชนิดของเกมตามความเหมาะสมของอายุของผู้เล่นตามที่กำหนด
เด็กส่วนใหญ่เล่นเกมหลังเวลาเลิกเรียน
เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ผู้ปกครองยังไม่เลิกงาน ทำให้ไม่มีเวลาดูแลลูก
• สาเหตุที่เกิดจากตัวเด็กเอง
เด็กอาจเล่นเกมเกินเวลากว่าที่ตั้งใจไว้
หรือเล่นเพราะมีสังคมเพื่อนอีกกลุ่มที่รอคอยการพูดคุยสนทนาถึงความก้าวหน้าของการเล่นเกมที่จะแข็งขันของระดับความยากของเกมซึ่งเป็นการสร้างความภาคภูมิใจหากมีระดับความยากที่สูงหรือมีแต้มคะแนนที่สูงกว่าเพื่อน
• สาเหตุความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี
ที่มีรูปแบบ เนื้อหา แสง เสียง วิธีการ ความรวดเร็ว ความแปลกใหม่ในเทคนิคต่างๆ
ทำให้เกิดความตื่นเต้นเร้าใจ
เหมือนจริงมากขึ้นและในบางครั้งก็เกินความเป็นจริงมากเกินไป
เหมือนเป็นการสร้างจินตนาการเพ้อฝันให้เด็กลุ่มหลง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


